Jul 9th, 2019 admin , 8497  ครั้ง

วิหารเทพสถิตฯ ศาลเจ้านาจา จ.ชลบุรี

วิหารเทพสถิตฯ ศาลเจ้านาจา จ.ชลบุรี
 

ศาลเจ้านาจา หรือ ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ หรือ วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม ซึ่งประทานนามโดยสมเด็จพระสังฆราชอันมีความหมายว่า เป็นที่สถิตของเทพเจ้าทั้งหลาย มีความงดงามในรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบจีน บริเวณศาลยังมีสระบัว อาคารปฏิบัติธรรม และเสาฟ้าดิน  มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้ามากราบไหว้บูชาอยู่เนืองแน่นทุกวัน เนื่องจากศาลนาจาอยู่ใกล้กับบางแสนและอ่างศิลา เดิมศาลนาจาแห่งนี้เป็นเพียงศาลเจ้าเล็กๆ กราบบูชาเทพเจ้านาจา หนึ่งในเทพเจ้าของจีนที่ชาวจีนรวมทั้งชาวไทยเชื้อสายจีนให้การเคารพนับถือ ต่อมามูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ ได้สร้างขึ้นใหม่เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสที่ทรงพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษา

ภายในอาคารหลักของศาลนาจาแบ่งออกเป็น 4 ชั้น ได้แก่

วิหารชั้น 1
เป็นที่ประดิษฐานของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ซึ่งทรงปณิธานคล้ายคลึงกับพระแม่ กวนอิมแต่ผิดไปจากพระแม่กวนอิม คือ พระองค์จะต้องโปรดเวยไนยสัตว์ที่อยู่ในนรกให้หมดฉะนั้นในงานศพจึงบูชาท่านก็เลยการเป็นพิธีไปส่วนพิธีมงคลนิยมบูชาพระแม่กวนอิม กระทั่งเกิดคำว่า “ตี๋จั๋งโปรดคนตาย พระแม่กวนอิมโปรดคนเป็น”

วิหารชั้น 2
เป็นที่ประดิษฐานขององค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ ปางที่จำลองมาจากมณฑลเสฉวนจากประเทศจีน เป็นศาลเจ้าแรกขององค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ ซึ่งท่านแม่ขององค์เทพเจ้าหน่าจาเป็นผู้สร้างให้ นอกจากนั้นยังมีรูปเหมือนองค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อปางประสูติปางปราบมารนั่งบัลลัง รูปแกะสลักมหาโพธิสัตว์กวนอิมหยกขาวหรือ(พระอวโลกิเตศวร ) จากประเทศพม่า องค์เต๋าเล่าหง่วงกุง( พระมารดาแห่งดวงดาว ) องค์กิ้วอ้วงฮุกโจ้วองค์หนึ่งออเนี่ยเนี้ยองค์เทียงโหงวเซี้ยบ้อ องค์อุ่ยท้อผ่อสัก และ องค์เทพเจ้ากวนอู ประดิษฐานอยู่

วิหารชั้น 3
เป็นที่ประดิษฐานขององค์เง็กเซียนฮ่องเต้ พระแม่ธรณีองค์ฮั่วท้อเซียนซือองค์ไท้อิกกิวโค่วกิ่วหลั่งเทียงจุง องค์ไท้เสียงเหล่ากุง องค์ไท้แป๊ะกิมแซ พระอวโลกิเตศวร

วิหารชั้น 4
เป็นชั้นที่สูงสุดเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นองค์ประธานหรือองค์พระศรีศากยมุนีพระพุทธเจ้า องค์พุทธเจ้าอีก 5 พระองค์ องค์สมเด็จพระอนุตรธรรมมารดาองค์ท่านเป็นผู้ให้กำเนิดแก่จักรวาลทั้งปวง เป็นผู้ให้กำเนิดสรรพชีวิตทั้งหลายในโลกนี้ พระศรีศากยมุนีพระพุทธเจ้า พระสมันตภัทรโพธิสัตว์พ ระมันชุศรีโพธิสัตว์ สมเด็จพุทธมารดาแดนสระทิพย์ และองค์กวงกึงเล่าโจ้ สมเด็จพระพุทธมารดาแห่งดวงดาว รวมถึงเป็นที่ประดิษฐานซำป้อ หรือซาเสี่ยฮุก (องค์พระอมิตาพระพุทธเจ้า องค์พระมหาโพธิสัตว์กวนอิม และพระสถาปราบโพธิสัตว์) ซึ่งเป็นองค์เทพเจ้าที่ชาวจีนให้ความเคารพนับถือกันเป็นจำนวนมาก
 

ประวัติศาลเจ้านาจา

ศาลเจ้านาจาแห่งนี้เริ่มสร้างเมื่อราวเดือนมีนาคม พ.ศ. 2534 บนเนื้อที่ประมาณ 200 ตารางวา โดยท่านอาจารย์สมชาย พุทธนพเป็นผู้ริเริ่มสร้างศาลเจ้าแห่งนี้ เดิมทีเป็นเพียงแค่ศาลเจ้าเล็ก ๆ ไม่ใหญ่โตมาก บรรดาลูกศิษย์และผู้ที่ให้ความเคารพนับถือมาสักการบูชาเป็นจำนวนมาก ด้วยบารมีแห่งองค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อทำให้ผู้ที่มากราบไหว้ มีความร่มเย็นเป็นสุข มีชีวิตที่มีแต่ความเจริญรุ่งเรืองในธุรกิจการค้ามากมาย

จนมาเมื่อปี พ.ศ. 2539 ท่านอาจารย์สมชาย พุทธนพ ท่านได้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ โดยจะสร้างศาลเจ้าหลังใหญ่ขึ้นเพื่อ “ เฉลิมพระเกียรติครบรอบ 72 พรรษา ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ” ในการเริ่มก่อสร้างศาลนั้นเริ่มสร้างในปีพ.ศ. 2538 แต่เริ่มต้นมีเงินทุนในการสร้างศาลเจ้านาจาอยู่เพียง 3 ล้านกว่าบาทเท่านั้น ซึ่งก็ได้ลูกศิษย์พ่อค้าประชาชนที่ให้ความเคารพได้ร่วมบริจาคเงินสร้างศาลเจ้ามา ในที่สุดศาลเจ้านาจาก็แล้วเสร็จ ใช้ระยะเวลารวมการก่อสร้างกว่า 4 ปี และใช้งบประมาณการก่อสร้างทั้งสิ้นกว่า 300 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2541 สมเด็จพระสังฆราช ฯ ได้เสด็จมาเป็นประธานพิธีเททองหล่อพระพุทธ 7 พระองค์ และทรงประทานพระบรมสารีริกธาตุสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 9 พระองค์ ให้แก่อาจารย์สมชาย พุทธนพ เพื่อทำพิธีบรรจุ และได้รับเกียรติจาก ฯ พณ ฯ ท่าน ม.ร.ว. อดุลกิติ์ กิติยากร เป็นประธานในพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สมเด็จพระสังฆราช ฯ ได้พระราชทานนามวิหารแห่งนี้ว่า “ วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม” ซึ่งมีนัยความหมายว่าเป็นที่สถิตของทวยเทพเจ้าทั้งหลาย

 

 

ประวัติศาลเจ้านาจา

องค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ เป็นตำนานที่เล่าขานกันมาแต่ครั้งบุราณกาล สมัยปลายราชวงศ์เซียงต้นราชวงศ์จิว หน่าจาซาไท้จื้อ เป็นบุตรคนที่ 3 ของแม่ทัพหลี่เจ๋ง  กล่าวกันว่ามารดาตั้งครรภ์หน่าจาเป็นเวลา 3 ปี 6 เดือน จึงคลอด  หลังจากท้องแล้ว หน่าจาแทนที่จะเป็นเด็กทารกดั่งเช่นเด็กทั่วไป กลับเป็นก้อนเนื้อทรงกลม ๆ ที่ห่อหุ้มไว้ด้วยเนื้อเยื่อและรกพันเต็มไปหมด ยังความตกใจและประหลาดใจแก่แม่ทัพหลีเจ๋งและนางฮิง ผู้เป็นบิดามารดา ด้วยความประหลาดดังกล่าว หลี่เจ๋งซึ่งเป็นบิดาจึงใช้กระบี่ฟันก้อนเนื้อ ปรากฎว่าภายในก้อนเนื้อนั้น เป็นเด็กทารกเพศชาย ซึ่งในมือขวาถือห่วงทองคำและรอบตัวพันด้วยผ้าแพรสีแดง  ในขณะนั้นมีนักพรตท่านหนึ่งมีนามว่า  ไท้อิกจิงยิ้ง  ซึ่งบำเพ็ญศีลภาวนาอยู่ ณ ยอดเขาเคี่ยงง่วนซัว กิมกวงตัง มาร่วมแสดงความยินดีด้วย และเมื่อได้เห็นบุคลิกลักษณะของเด็กน้อย เกิดความชื่นชมในความเฉลียวฉลาด พร้อมกับได้ชี้แจงให้แม่ทัพหลี่เจ๋งและนางฮิงทราบว่า ห่วงทองและผ้าแดงที่ติดตัวมานั้นเป็นของศักดิ์สิทธิ์ เป็นผู้มีบุญญาบารมีสูงอีกทั้งได้รับตัวเด็กน้อยไว้เป็นศิษย์และตั้งชื่อให้ว่า “หน่าจา” เพื่อถ่ายทอดวิชา

รูปลักษณ์ขององค์เทพนาจา จะปรากฏให้ห็นเป็นรูปของเด็กผู้ชายเหยียบวงล้อไฟ มือถือหอกและห่วงเป็นอาวุธ มีอิทธิฤทธิ์เหาะเหินเดินอากาศได้ปราบมารปีศาจได้ ต่อมาภายหลังเง็กเซียนฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งให้เป็น “จงตั๋นหง่วนโส่ย” หรือ “จงตั๋นเหยียนฟู่” (中壇元帥) แม่ทัพแห่งสวรรค์ ทำหน้าที่ปกป้องประตูสวรรค์ เช่นเดียวกับ เอ้อหลางเสิน หรือ เทพสามตา

รูปภาพเพิ่มเติม


วิหารเทพสถิต,ศาลเจ้านาจา,จ.ชลบุรี

วิหารเทพสถิต,ศาลเจ้านาจา,จ.ชลบุรี

วิหารเทพสถิต,ศาลเจ้านาจา,จ.ชลบุรี


Share This

 

 

 

รับข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยว

ตั้งใจชิลดอทคอม แนะนำที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก หลายๆมุม ที่ตั้งใจไปและพร้อมบรรยากาศที่พักให้คุณได้ท่องเที่ยวไปกับเรา