094-994-5229 tangchaichill@gmail.com

วันออกพรรษา 15 ค่ำ เดือน 11 ชมบั้งไฟพญานาค ที่บ้านน้ำเป อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย

 

รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

"บั้งไฟพญานาค" เป็นปรากฏการณ์ความมหัศจรรย์ที่ลูกไฟสีแดงอมชมพูพวยพุ่งขึ้นจากลำแม่น้ำโขง เหนือผิวน้ำตั้งแต่ระดับ 1-30 เมตร แล้วพุ่งแหวกอากาศขึ้นไปสูงประมาณ 50-150 เมตร นานประมาณ 5-10 วินาที แล้วก็จะดับหายวับไปในอากาศ โดยไม่มีลักษณะโค้งตกลงมาเหมือนดอกไม้ไฟ ลูกไฟที่เกิดขึ้นจะไม่มีกลิ่น ไม่มีควัน ไม่มีเสียง ขนาดของลูกไฟมีตั้งแต่เท่าหัวแม่มือจนถึงขนาดเท่าฟองไข่ไก่ และจะเริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดินจนถึงเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันออกพรรษา ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี 

แรกเริ่มเดิมทีชาวหนองคายเคยเรียกบั้งไฟพญานาคว่า “บั้งไฟผี” ส่วนชาวเวียงจันทร์ สปป.ลาวจะเรียกว่า “ดอกไม้ไฟน้ำ” จากการเฝ้าสังเกตของชาวบ้านริมสองฝั่งแม่น้ำโขงนี้เองที่ทำให้ได้พบว่าบั้งไฟผี (หรือ ดอกไม้ไฟน้ำ) มักจะเกิดขึ้นให้เห็นอยู่เป็นประจำในช่วงเวลาพลบค่ำไปจนกระทั่งถึงช่วงเวลาเที่ยงคืนของวันเพ็ญ (ขึ้น 15 ค่ำ) เดือน 11 ตามปฏิทินทางจันทรคติซึ่งตรงกันกับ “วันออกพรรษา” พอดิบพอดี ต่อมาภายหลังจึงได้มีการนำเอาตำนานความเชื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับพญานาคเข้ามาผูกโยงเข้ากับเรื่องราวทางพุทธศาสนาจนก่อกำเนิดเกิดเป็น “ตำนานบั้งไฟพญานาค” ที่เล่าสืบทอดต่อ ๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่นจวบจนกระทั่งปัจจุบัน


     เรื่องเล่าโดยย่อเกี่ยวกับตำนานบั้งไฟพญานาคมีอยู่ว่า ในสมัยพุทธกาลภายหลังจากที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้และเสด็จออกเผยแผ่ศาสนาไปทั่วชมพูทวีป พญานาคเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในธรรมซึ่งพระพุทธองค์ทรงประกาศยิ่ง จึงจำแลงกายเป็นบุรุษขอบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ ค่ำคืนหนึ่งพญานาคเผลอหลับใหลคืนร่างเดิม ความทราบถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธองค์จึงขอให้พญานาคลาสิกขาเนื่องจากเป็นเดรัจฉานจะบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ไม่ได้ พญานาคยอมตามคำของพระพุทธองค์แต่ได้ทูลขอให้เรียกกุลบุตรที่กำลังจะบวชว่า “นาค” เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความศรัทธาของตนก่อนแล้วจึงค่อยบวชเข้าโบสถ์เป็นพระภิกษุสงฆ์ จากนั้นเป็นต้นมาจึงมีการเรียกกุลบุตรทั้งหลายที่จะบวชว่า “พ่อนาค

 

Additional Details

  • เข้าชม 204 ครั้ง

วิดีโอที่เกี่ยวข้อง

Share width your friends

xclose